Stop loss คืออะไร ? เทคนิค Forex พื้นฐาน ที่นักเทรดต้องรู้จัก ปี 2021

Stop loss คืออะไร

Stop loss คืออะไร ? ในตลาด forex สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขั้นและขาลง ซึ่งในแต่ละวัน กราฟสามาราถขึ้นลงได้ทั้งวัน ดังนั้น โอกาสที่คุณจะคาดการณ์ทิศทางของราคาได้แม่นยำ 100% คงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน หากราคาไม่ได้ไปตามทิศทางที่คุณคิดไว้ คงยากที่จะแก้ไข คุณจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์แบบนี้ดี หรือจะปล่อยให้ขาดทุนไปเรื่อยๆ แต่ถ้าหากคุณปล่อยให้ขาดทุนไปเรื่อยๆ คุณก็จะล้างพอร์ตภายในไม่ช้าแน่นอน

แต่จะดีกว่ามั้ย? ถ้าหากคุณหยุดการขาดทุน เมื่อราคาไม่เป็นไปตามที่คุณคิด ยอมขาดทุนกำไรเพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ขาดทุนจนหมดบัญชี กระทั่งเงินในบัญชีไม่เหลือเลย ด้วยการใช้เทคนิค Stop loss ดังนั้น เราไปทำความรู้จักกับเทคนิคนี้กันเลยครับ

Stop loss คืออะไร ?

คำว่า Stop loss (SL) คือ การกำหนดจุดของการขาดทุนไว้ ว่าต้องการปิดออเดอร์ที่เราเปิดไว้ ที่ราคาเท่าไหร่ ซึ่งในการเทรด forex จุดของการ stop loss (SL) อาจเป็นการหยุดขาดทุนกำไรก็ได้ หมายความว่า คุณได้กำไรอยู่แล้ว แต่ป้องกันพีคดิ่งลงมากเกินไป ก็ตั้งค่า stop loss เอาไว้ เช่น ตอนนี้บวกอยู่ 10 จุด แต่เราตั้ง Stop loss ไว้ที่บวก 5 จุด เมื่อกราฟขึ้นสูงแล้ว และกำลังลงไปในทางที่จะติดลบมากๆ มันก็จะปิดที่บวก 5 จุด ซึ่งการตั้งค่า stop loss (SL) ถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งในการเทรด forex ของคุณในทุกๆ ครั้ง เพื่อป้องกันการขาดทุน นั่นเอง 

ข้อดีของการใช้ Stop loss คืออะไร 

แน่นอนว่า การใช้เทคนิค Stop loss ในการซื้อขายหรือเทรด Forex เป็นเรื่องที่ดี แต่มือใหม่หลายๆ คน อาจจะมองภาพไม่ออกว่า มันดียังไง ดังนั้น เราจึงได้รวบรวมข้อดีของการใช้ Stop loss มาให้ทุกคนได้ศึกษากันแล้ว ดังนี้

1.ช่วยให้นักเทรดมีการเทรดที่เป็นระบบ 

คำว่า เทรดอย่างเป็นระบบ คือ การกำหนดระบบมาเสียตั้งแต่แรก ว่าหากต้องการเทรด forex ในรอบนั้นๆ เพื่อการทำกำไร จะต้องกำหนดจุดขาดทุนไว้ที่เท่าไหร่ เพื่อที่ว่า จะทำให้คุณไม่เจออาการล้างพอร์ต ในช่วงที่กราฟมีการสวิงตัวอย่างรุนแรง นอกจากนี้การตัดสินใจทำตามแผน และระบบที่คุณได้ออกแบบมา มันยังสร้างจิตวิทยาการเทรดให้คุณ เพราะว่า คุณจะเข้าใจและมั่นใจว่า คุณได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องในการเทรดอยู่  

2.ปกป้องเงินของนักเทรด 

สิ่งที่แน่ชัดที่สุด สำหรับ Stop loss คือ การที่มันสามารถปกป้องเงินในบัญชีของคุณได้ ในยามที่กราฟเกิดอาการรวน หรือรีโควทขึ้นมา คุณจะได้ไม่ต้องเสียเงินไปโดยใช่เหตุในช่วงเวลาดังกล่าว ทุกครั้งที่คุณเทรด ห้ามลืมเด็ดขาดในการตั้ง Stop loss (SL) 

3.ปกป้องกำไรของนักเทรด 

คุณคงไม่ต้องการให้กำไร ที่คุณกำลังเริ่มทำของคุณหายไปหมดเลย เพียงเพราะกราฟเกิดการดีดกลับในทีเดียว ดังนั้น จงเลือกปกป้องกำไรของคุณ ด้วยการเลื่อนค่า Stop loss (SL) ออกมาไว้เหนือเส้นเทรดสัญญาของคุณ เพียงเท่านี้ คุณก็จะปลอดภัย และได้กำไรจากการเทรดอย่างแน่นอน

รูปแบบ Stop loss

ซึ่งการ “Stop Loss” ขึ้นอยู่กับว่า เราจะเลือกใช้รูปแบบไหน ให้เหมาะสมกับแนวทางการลงทุน และสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหลักการ มีดังนี้

1. Percentage stop 

Percentage stop คือ เป็นจุดตัดขาดทุน พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นการกำหนดว่า เราจะยอมขาดทุนกี่เปอร์เซ็นต์ ของเงินลงทุนที่ใช้ซื้อไป เช่น หากเราสามารถรับความเสี่ยงได้สูงสุด 7% หลังจากเข้าซื้อ หากราคาปรับตัวลงมาถึง 7% ก็จะยอมขายออกไป ในส่วนของ Percentage stop นี้ มีอีกลักษณะหนึ่งที่คล้ายกัน คือ การกำหนดเปอร์เซ็นต์ขาดทุนสูงสุด จากเงินลงทุนรวมแทน เช่น เรารับความเสี่ยงสูงสุดได้ 5% ของเงินลงทุนรวม หากเรามีเงินลงทุน 100,000 บาท เราจะขายตัดขาดทุนออกไป หากเงินลงทุนลดต่ำลง มากกว่า 95,000 บาท 

ข้อดีของการวาง “จุดตัดขาดทุน” แบบนี้ คือ เราจะรู้ว่า การซื้อหุ้นแต่ละครั้งมีความเสี่ยงสูงสุดเท่าไหร่ ทำให้เราสามารถบริหารเงินทุนได้ง่าย แต่ด้วยวิธีการนี้ ก็อาจทำให้เราตัดขาดทุนในจังหวะที่ผิดพลาด อย่างเช่น การเข้าซื้อในจังหวะที่หุ้นกำลังวิ่งขึ้น หลังจากนั้น เกิดการปรับฐานระยะสั้น จนสูงกว่าเปอร์เซ็นต์ที่เราตั้งไว้ ทำให้เราต้องตัดขาดทุนออกไป ก่อนที่หุ้น จะเด้งขึ้น 

2. Chart stop 

สำหรับนักลงทุนสายเทคนิคคอล การกำหนดจุดตัดขาดทุน โดยพิจารณาจากกราฟราคาหุ้น ซึ่งแนวทางการใช้กราฟในการหาจุด Stop Loss มีค่อนข้างหลากหลาย โดยหนึ่งในวิธีที่คุ้นเคยกันมากที่สุด คือ การใช้แนวรับ (Support level) เป็นจุดในการตัดขาดทุน แนวรับในกราฟราคานี้ อาจจะกำหนดจากจุดที่ราคามีการย่ำฐานหลายๆ ครั้ง จนสามารถสังเกตเห็นได้ อย่างชัดเจนว่า เป็นจุดที่ราคามักจะกลับทิศ

หากราคาปรับตัวหลุดลงไปจากจุดนี้ เราก็จะขายตัดขาดทุนออกไป นอกจากนี้ การกำหนดจุดโดยใช้แนวรับ อาจจะมาจากการใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบต่างๆ เช่น SMA EMA หรือ WMA ส่วนค่าที่จะเลือกใช้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่เรารับได้ 

อย่างการใช้เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น เช่น 10 วัน จะช่วยให้ตัดขาดทุนได้เร็วขึ้น แต่ก็มีโอกาสจะถูกความผันผวนในระยะสั้น บีบให้ขายออกไปในช่วงปรับฐานระยะสั้น หรือการใช้เส้นค่าเฉลี่ยในระยะกลาง อย่าง 75 วัน ก็จะช่วยให้เราถือหุ้น ไปกับแนวโน้มใหญ่ได้ดีกว่า แต่ช่วงห่างของการตัดขาดทุนก็จะมากขึ้น ตามมาด้วย 

3. Volatility stop 

การวางจุดตัดขาดทุน โดยนำความผันผวนของราคา มาช่วยในการตัดสินใจ ซึ่งอาจจะใช้ผสมผสานกับการ Stop Loss ในแบบอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะในลักษณะ ที่เรียกว่า Trailing stop หรือการเคลื่อนจุดตัดขาดทุน ไปตามแนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคา สมมุติว่า หุ้นที่เราซื้อ วิ่งขึ้นไปตามที่คาดการณ์ไว้ แต่ด้วยธรรมชาติของหุ้น ที่มักจะมีความผันผวนอยู่เสมอ การกำหนดจุดขายในลักษณะนี้ จะทำให้เราสามารถรักษากำไรที่เกิดขึ้นเอาไว้ได้ หากราคาหุ้นเกิดการกลับทิศอย่างรุนแรง 

หนึ่งในเครื่องมือที่นิยมใช้ สำหรับการกำหนด “จุดตัดขาดทุน” ในรูปแบบนี ้ คือ ATR (Average True Range) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยระบุ ระยะของความผันผวน ในช่วงเวลาที่กำหนด ทำให้เราสามารถคาดเดาได้ว่า ราคาของหุ้นนั้นๆ ใน 1 วัน มีโอกาสจะขึ้นลงในช่วงประมาณเท่าไหร่

จุดเด่นของรูปแบบนี้ คือ การรักษากำไรที่เกิดขึ้นเอาไว้ แต่ในมุมกลับกัน การขยับจุดขึ้นไปตามราคาหุ้น อาจทำให้เราพลาดกับแนวโน้มใหญ่ได้เช่นกัน  

4. Time stop 

เป็นวิธีการตัดขาดทุน ที่อิงจากเวลาเป็นหลัก โดยทั่วไปแล้ว การใช้ Time stop มักจะใช้ เพื่อปิดจุดบอดในเรื่องของการถือหุ้น ที่ไม่เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เราต้องการ แต่ก็ไม่ได้ปรับตัวลงไป จนเราต้องตัดขาดทุนด้วยวิธีอื่น หรือเป็นภาวะ  Sideway แบบแคบๆ สิ่งที่เรามักจะสูญเสียไป ในภาวะเช่นนี้ คือ โอกาสของการลงทุน เพราะการถือหุ้นที่ไม่ขยับไปไหน  เท่ากับว่า เราต้องเสียเวลาในการถือหุ้นนั้นๆ ไปเรื่อยๆ 

แน่นอนว่า การวาง “จุดตัดขาดทุน” รูปแบบนี้ จะช่วยป้องกันการสูญเสียโอกาส ไปกับหุ้นที่ไม่ขยับ แต่ก็อาจจะสูญเสียโอกาส ไปจากการจับจังหวะที่ผิดพลาดได้เช่นกัน การเลือกใช้จุดตัดขาดทุนลักษณะนี้ จึงต้องอาศัยประสบการณ์ และความเข้าใจลักษณะของตลาด เข้ามาช่วยอีกทาง

การใช้ Stop loss (SL) และ Cut loss

การใช้ Stop loss เราจะใช้ในเมื่อ เราเป็นคนกำหนดจุดขาดทุนตั้งแต่แรก ด้วยตนเอง แต่ถ้าเป็น Cut loss อันนี้จะเป็นการทำต่อเมื่อ เราเทรดไปแล้วไม่ได้กำหนดจุด Stop loss จนกราฟเกิดการขาดทุนลงไป อย่างนี้เราต้องคิดเรื่องการ Cut loss ไว้แทน การ Cut loss เป็นอะไรที่ย่ำแย่สำหรับนักเทรด มันหมายความว่า เรากำลังยอมรับความผิดพลาด ที่เราไม่ได้เตรียมใจไว้ และ ต้องกล้ารับสภาพนั้นไป

สามารถติดตามเราเพิ่มเติม ได้ที่ เพจ Forexregis.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น