แนวรับ แนวต้าน คืออะไร มีรูปแบบใดบ้าง

แนวรับ แนวต้าน

อีกคำศัพท์ที่นักเทรดมักได้ยินกันบ่อยๆ ก็คือคำว่า แนวรับ แนวต้าน คุณรู้หรือไม่ว่า แนวรับ แนวต้าน คืออะไร และมีรูปแบบใดบ้าง ซึ่งถ้าหากเราดูทีวี หรือฟังการวิเคราะห์ของนักลงทุนหรือ นักวิเคราะห์ของสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียง คำว่า แนวรับ แนวต้าน จะเป็นคำที่เราได้ยินบ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อตนเองเปิดไปที่รายงานเรื่องหุ้นต่างๆ จะเข้าใจว่า ค่าทั้งสองค่านี้ ต่างมีผลอย่างมากต่อการวางแผน หรือการใช้กลยุทธ์ในการเทรดหุ้น และการเทรด forex ดังนั้น เพื่อให้คุณมีความเข้าใจที่มากขึ้นเกี่ยวกับ 2 คำนี้ ในบทความนี้ เราจึงจะมาอธิบายถึงคำแนวรับและแนวต้านกันครับ 

แนวรับ แนวต้าน คืออะไร

ก่อนที่เราจะไปดูรูปแบบของแนวรับ แนวต้านกัน เราควรมาทำความรู้จักกันก่อนว่า แนวรับและแนวต้าน คืออะไรกันแน่ มีความหมายอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะเราได้ยกตัวอย่างไว้ให้แล้ว ดังนี้

แนวรับ คืออะไร 

แนวรับ คือ เส้นที่ถูกลากขึ้นมา เนื่องจากราคานั้น ไม่ผ่านจุดของราคานี้ลงไปเลย เช่น แนวรับที่ 2.34535 ตีความได้ว่า  ราคาก็จะไม่ลงต่ำกว่า 2.34535 ทำให้พอทำนายได้ หากเมื่อถึงจุดที่ราคาวิ่งไปใกล้กับเส้น 2.34535 ราคาก็จะเด้งกลับ ทำให้เราสามารถเปิด Buy ได้อย่างปลอดภัย 

แนวต้าน คืออะไร 

แนวต้าน คือ มีความหมายที่ตรงกันข้ามกับแนวรับครับ จะเป็นจุดที่ราคาไปสูงสุด และไม่เคยไปเกินกว่านี้ ซึ่งการลากเส้นแนวต้านนั้น ก็ใช้หลักเทรนไลน์ยอดสูงสุด 3 ยอดมาเป็นตัววัด เช่น ราคาไม่เคยเกิน 2.34535 แปลว่า ถ้าราคาขึ้นมาสูงใกล้เส้น 2.34535 คุณก็สามารถที่จะเปิดราคา Sell ตามลงไปได้ นั่นเอง 

วิธีการดู แนวรับ แนวต้าน คืออะไร

สำหรับวิธีการดูแนวรับ แนวต้าน ในการเทรด Forex หลายๆ คนคงพอจะทราบว่า สามารถดูได้หลายวิธี ซึ่งโดยปกติแล้ว การดูแนวรับ แนวต้าน สามารถดูได้ 4 วิธี ดังนี้ 

1. High และ Low 

เป็นวิธีการดูที่ Classic ที่สุด โดยแนวรับคือบริเวณช่วง Low ของรอบการแกว่งตัวของราคา ส่วนแนวต้านคือบริเวณช่วง  High ของรอบการแกวังตัวของราคา 

2. รับ กลายเป็น ต้าน , ต้าน กลายเป็น รับ 

อีกหนึ่งหลักการในทางเทคนิค คือ เมื่อแนวรับ ถูกทำลายลง สามารถนำมาใช้เป็นแนวต้านในอนาคต และในทางตรงกันข้าม เมื่อแนวต้านถูกทำลายลง สามารถนำมาใช้เป็นแนวรับในอนาคต ได้เช่นเดียวกัน 

3. กรอบการแกว่งตัว (Trading Range) 

เป็นช่วงที่ราคาแกว่งตัวในกรอบคู่ขนาน จะเห็นช่วงการแกว่งตัวที่ชัดเจน กรอบบนสามารถบ่งชี้ถึงแนวต้าน ส่วนกรอบล่าง สามารถบ่งชี้ถึงแนวรับ

ถ้าเกิดราคาทะลุกรอบบน (แนวต้าน) ก็หมายความว่า แรงซื้อชนะ ส่วนถ้าราคาทะลุกรอบล่าง (แนวรับ) ก็หมายความว่า  แรงขายชนะ 

4. โซน 

ในโลกแห่งความจริง ราคาไม่ได้เคลื่อนไหวเป๊ะๆ 100% เช่น เมื่อทดสอบแนวต้านระดับ 100 บาท แล้วจะลงมาเลย  อาจจะขึ้นเลยไป 102 บาท แล้วค่อยลง หรืออาจขึ้นแค่ 98 บาท แล้วลงเลย ซึ่งทำให้การใช้แนวรับแนวต้านแบบโซน จะค่อนข้างเหมาะสมกับโลกความเป็นจริง 

รูปแบบของ แนวรับ แนวต้าน คืออะไร 

หากเราพูดถึงรูปแบบของแนวรับแนวต้าน หลายคนอาจจะไม่คิดว่า แนวรับแนวต้านจะสามารถใช้ได้หลายรูปแบบ ดังนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่า รูปแบบของแนวรับแนวต้าน มาอะไรบ้าง ดังต่อไปนี้

1.รูปแบบของเครื่องมือประเภทวาดเอง

รูปแบบแนวรับแนวต้าน ของกลุ่มเครื่องมือที่ใช้ในกลุ่มนี้ ได้แก่ Horizontal Line  รูปแบบ Trend Line เครื่องมือประเภท Fibonnacci Retracement เครื่องมือประเภท Elliot Wave ก็สามารถใช้เป็น แนวรับแนวต้นได้ 

2.รูปแบบกำหนดตายตัว

รูปแบบกำหนดตายตัวของเครื่องมือ ได้แก่ รูปแบบราคา Price Pattern ตัวอย่างของการเกิดรูปแบบ Double Top และ Double Bottom เราสามารถใช้รูปแบบของมันเป็นจุดแนวรับแนวต้าน หรือรูปแบบหัวและไหล่ ในการกำหนดแนวรับแนวต้านของราคา รูปแบบกราฟแท่งเทียนบางประเภท หรือรูปแบบอื่นๆ ซึ่งรูปแบบเหล่านี้ตายตัว 

3.รูปแบบ indicator

รูปแบบ indicator นั้น ก็สามารถแยกย่อยเป็นอีก 2 รูปแบบย่อย ได้แก่ รูปแบบของ indicator ประเภท oscillator และรูปแบบของ indicator ที่เป็น Trend Following เช่น การใช้ Moving Average

ในการสร้างแนวรับแนวต้าน เราสามารถใช้เส้น Moving Average ความเร็วที่แตกต่างกันสร้างแนวรับแนวต้านที่ 1 และที่ 2 ได้  หรือแม้แต่การใช้ Stochastic ในการวัดแนวรับแนวต้านผ่าน Overbought และ Oversold Zone ในการกำหนด ซึ่งสามารถทำได้เช่นกัน 

ซึ่งรูปแบบของแนวรับแนวต้านที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เทรดเดอร์มีหน้าที่จะต้องศึกษาและทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง  เพราะว่า ถ้าหากเราศึกษาไม่ลึกในเครื่องมือใด เราจะเกิดความสับสนในการเทรด เราต้องใช้เครื่องมือจำเพาะเจาะจง  และชำนาญ ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบ่อย จนทำให้ไม่เข้าใจอะไรจริงจังสักอย่าง 

ข้อดีของนักเทรดที่มีความรู้เรื่อง แนวรับ แนวต้าน

1.สามารถใช้หาจุดในการเปิดสัญญา Buy หรือ สัญญา Sell ได้อย่างง่ายๆ เพียงแค่ดูว่า ราคาเข้าใกล้สู่เส้นแนวรับแนวต้าน มากน้อยเพียงใด เป็นต้น แต่ว่าคุณอาจต้องใช้คู่กับอินดี้ตัวอื่นๆ ด้วยนะครับ ไม่ใช่ใช้แค่ตัวเดียวแล้วจบเลย 

2.ช่วยให้มองเห็นกรอบราคาของการวิ่งได้ คือ ช่วยให้เรามองเห็นกรอบราคาของการวิ่งไปได้อย่างชัดเจน  ตรงนี้เรามักจะลากทั้งเส้นแนวรับ และเส้นแนวต้าน ควบคู่กันไปพร้อมๆ กัน นั่นเองครับ 

การหา indicator มาช่วยในการหาเส้นแนวรับและแนวต้าน 

1.คุณสามารถใช้ Fibonacci ในการหาเส้นแนวรับแนวต้านได้ด้วยเช่นเดียวกัน และสามารถทำนายกรอบแนวรับ แนวต้าน ได้ค่อนข้างแม่นยำมากๆ เสียด้วย 

2.คุณสามารถใช้การลากเส้นเทรนไลน์ โดยการกำหนดยอดสูงสุดของราคา 3 จุด แล้วลากเส้น หรือ ยอดต่ำสุดของราคา 3  จุดแล้วลากเส้น เพื่อหาแนวรับแนวต้านก็สามารถทำได้ 

3.ใช้เส้น MA ซึ่งข้อนี้เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดครับ คือ การใช้เส้น SMA ในการหาแนวรับและแนวต้าน ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า นักเทรดมืออาชีพมากมาย บางทีก็ใช้แค่เส้น MA นี่ละครับ 

สรุปเรื่อง แนวรับ แนวต้าน คืออะไร

ตลอดการเทรด Forex ของคุณ คุณไม่มีทางที่จะหนีได้เลยกับคำว่า แนวรับและแนวต้าน ดังนั้น จงเตรียมพร้อมที่จะทำความเข้าใจ และพร้อมที่จะศึกษา เรื่องของการใช้เครื่องมือ หรือกลยุทธ์ใดๆ เพื่อการเขียนเส้นแนวรับและแนวต้านออกมาให้ ได้ แล้วมันจะช่วยให้คุณเทรด Forex ง่ายขึ้น มีความสะดวกขึ้นในการเทรด มากกว่าที่จะปฏิเสธ

แน่นอนว่า มันไม่มีกลยุทธ์ใดๆ ที่มีความยั่งยืน หรือเทรดได้ 100 % แต่ว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ คุณจะต้องเอามาประยุกต์ใช้ในการเทรด ซึ่งประสบการณ์จะช่วยให้คุณมีความชำนาญ ประสบการณ์จะสอนคุณ และจะทำให้คุณทรงพลังมากขึ้น ทุกอย่างจะต้องฝึกฝน ทั้งเรื่องความคิดและการวิเคราะห์ เพราะฉะนั้นคุณอย่ารีบร้อน สุดท้ายนี้ ผมขอให้คุณได้พบกับผลลัพธ์อย่างที่ใจคุณหวัง โชคดีมีกำไรกันถ้วนหน้าครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *