Swap คืออะไร ? มีการคิดคำนวณอย่างไร ในตลาด Forex

Swap Forex

ไม่ว่าเราจะลงทุนในตลาด Forex หรือตลาดหุ้นก็ตาม มักจะต้องได้ยินคำว่า ค่า Swap กันอยู่เป็นประจำ แต่ท่านทราบแล้วหรือยัง? ว่าค่า Swap คืออะไร ? และมีการคิดคำนวณอย่างไร ในตลาด Forex หากท่านกำลังมีความสงสัยแบบนี้ในใจล่ะก็ สามารถอ่านศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Swap Forex ได้จากบทความต่อไปนี้

Swap คืออะไร ?

Swap คือ ค่าธรรมเนียมการถือสถานะข้ามคืน หรืออาจเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า ดอกเบี้ยการถือสถานะข้ามคืน (Overnight Interest) ซึ่งแค่ชื่อก็บอกได้แล้ว ว่าค่าธรรมเนียมตัวนี้ จะคิดเมื่อนักเทรดเปิดสถานะทิ้งไว้ข้ามวัน หลังจากตลาดปิดทำการตอนสิ้นวัน คือช่วง 4.00 น. – 5.00 น. ตามเวลาไทย 

สำหรับนิยามของค่าธรรมเนียมการถือสถานะข้ามคืน จึงไม่ได้หมายความถึงการถือสถานะครบ 24 ชั่วโมง แต่แม้ว่านักเทรดจะถือสถานะเพียง 2 ชั่วโมง แต่มีเวลาคร่อมช่วงเวลาปิดตลาดตอนสิ้นวัน ก็จะถูกคิดค่า Swap สำหรับสถานะที่เปิดไว้นั้นๆ ทั้งหมด 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถือสถานะ Short ข้ามคืนวันพุธ เนื่องจากลำพังแค่สถานะ Short ก็มักถูกคิดค่า Swap สูงกว่าการ  Long แล้ว การถือสถานะข้ามคืนวันพุธก็จะถูกคิด Swap ควบ 3 วัน คือ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็จะยิ่งทำให้ถูกคิดค่า Swap  แพงขึ้นไปอีก ซึ่งเหล่านี้จะถูกคิดเป็นต้นทุนในการเทรดทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป 

เพราะการคิดค่า Swap มีทั้งการคิดแบบ Debit ที่มีค่าเป็นบวก และ Credit ที่มีค่าเป็นลบ ทำให้การคิดค่า Swap เป็นได้ทั้งต้นทุนและผลกำไร นั่นเอง

Swap เป็นบวก  

หมายถึง การถือสถานะนั้นๆ ข้ามคืน แล้วจะถูกคิดดอกเบี้ยเป็นบวก และจะได้รับดอกเบี้ยสำหรับสถานะที่เปิดไว้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนวันที่ถือ  

Swap เป็นลบ  

หมายถึง การถือสถานะนั้นๆ ข้ามคืน แล้วจะถูกคิดดอกเบี้ยเป็นลบ และต้องเสียต้นทุนค่าธรรมเนียมของสถานะที่เปิดไว้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนวันที่ถือ 

 Swap คิดค่าเมื่อไหร่ 

เราจะถูกคิดค่า Swap ที่เวลา 5 PM ตามเวลาของ New York ตั้งแต่เวลาเปิดจนกระทั่งตลาดปิด คำนวณแบบวันต่อวัน ซึ่งเวลาช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 12 ชั่วโมง โดยทุกจุดที่เข้าเราซื้อ-ขายภายในช่วงเวลาก่อน 5PM จะเกิดค่า overnight interest

แต่ถ้าซื้อขายเวลา 5.01 PM จะถูกนับไปเป็นอีกวันหนึ่ง และค่า Swap +/-จะโชว์ขึ้นในบัญชีเทรด หลังจากเวลาปิดตลาด ประมาณ 1 ชั่วโมง 

อัตราค่า Swap นั้นแล้วแต่ที่โบรคเกอร์ของคุณกำหนดไว้ ส่วนใหญ่คุณจะต้องเสียค่า Swap เล็กน้อยจนถึงมาก โดยคืนวันเสาร์และอาทิตย์ไม่มีการคิดค่า Swap แต่จะไปทบในคืนวันพุธแทน ซึ่งค่า Swap คืนวันพุธจะมีค่าเป็น 3 เท่าของค่า Swap  ปกติ (ซึ่งตรงนี้เอง ที่หลายคนพลาดแล้วรู้สึกไม่แฟร์) เนื่องจากเป็นการรวบยอดจากคืนวันเสาร์ –อาทิตย์มารวมไว้ด้วย 

การคำนวณต้นทุนค่า Swap คืออะไร คิดอย่างไร? 

สูตรการคำนวณต้นทุนที่นักเทรดต้องเสียไป จากการถือสถานะข้ามคืน เช่น การเทรด WTI ที่ราคาสมมุติที่ $60 กับ  MiTrade จะเสียค่าธรรมเนียม Swap ทั้งการเปิดสถานะ Short และ Long ที่ -0.0222% ถึง -0.0228%  

ซึ่งหากนักเทรดถือสถานะ Long ข้ามคืน จะต้องเสียค่า Swap 0.0228% ต่อคืน 

Swap (Long)  

= จำนวน lot x ขนาดสัญญา x ราคาเปิด x swap 

= 1 x 1,000 x $60 x (- 0.0228%)  

= -1.368 ดอลลาร์ ต่อ Lot ต่อวัน 

หรือหากเปิดสถานะ Short ก็ต้องเสียค่า Swap เรท -0.0222% ซึ่งคำนวณได้โดย 

Swap (Short)  

= จำนวน lot x ขนาดสัญญา x ราคาเปิด x swap 

= 1 x 1,000 x $60 x (-0.0222%)  

= -1.332 ดอลลาร์ ต่อ Lot ต่อวัน 

โอกาสและความเสี่ยงของ Swap คืออะไร

เนื่องจากค่า Swap นั้น มีทั้งค่าที่เป็นบวกและเป็นลบ นั่นหมายความว่า การถือสถานะข้ามคืน สามารถเป็นได้ทั้งต้นทุนและผลกำไร จึงเป็นได้ทั้งโอกาสและความเสี่ยง ของการถือสถานะข้ามคืน นั่นเองครับ

โอกาส  

1) การเลือกถือสถานะข้ามคืน สำหรับคู่เงินที่ให้ค่า Swap เป็นบวก จะทำให้นักเทรดได้กำไรจากอัตราดอกเบี้ยข้ามคืน  (Swap) ได้เหมือนการฝากเงินกับธนาคารครับ 

2) สามารถใช้ทำ Carry Trade ด้วยการทำกำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยข้ามคืน หรือ ค่า Swap ของคู่เงินตั้งแต่ 2 คู่ขึ้น ไปได้ครับ 

3) ค่า Swap นี้ ถ้าถือในจังหวะที่ค่าเงินผันผวน และมีมูลค่าที่สูงขึ้น คุณก็จะได้ประโยชน์จากมันในรูปแบบของอัตราดอกเบี้ย แต่ว่าไม่มากนัก ซึ่งแน่นอนว่าเงินฝากที่มีมากขึ้น ย่อมส่งผลต่อจำนวนเงินที่มากขึ้นด้วยเช่นกันครับ 

4) นำมาประยุกต์ใช้ในการทำกำไร โดยการ carry trade ซึ่งหมายถึง การดำเนินการดีลที่ตรงข้ามสองดีลพร้อมกัน ด้วยมูลค่าในวันที่ต่างกัน หนึ่งในดีลปิดตำเเหน่งที่เปิดอยู่เเล้ว และอีกดีลเปิดทันทีพร้อมกัน เป็นการรวมสองดีลด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน ซึ่งกลยุทธ์นี้ จะใช้งานได้ดีกับคู่สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่างกันสูงสุด ตัวอย่างเช่น NZD/JPY, AUD/JPY เป็นต้น 

5) ใช้หลักแนวคิด ถือ Order buy ข้ามคืน ทำกำไรจากดอกเบี้ย ลักษณะคล้ายๆ กับฝากเงินในธนาคาร ซึ่งมีข้อดีคือ จะได้ดอกเบี้ยแบบข้ามคืนครับ 

6) เมื่อเราเปิดออเดอร์ Buy ข้ามคืน เราสามารถนำดอกเบี้ยมาทำกำไรได้ เช่นเดียวกับการฝากเงินในธนาคาร โดยได้รับทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นครับ 

7) การเทรดแบบ Hedging หรือ Carry Trade โดยเน้นคู่สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่างกันสูงครับ  

ความเสี่ยง 

1) ค่า Swap ที่มีค่าเป็นลบ เป็นต้นทุนสำหรับการเทรด และส่งผลกระทบต่อผลกำไรที่คาดหวังได้ โดยเฉพาะการถือสถานะข้ามคืนในวันพุธ ที่จะทำให้ถูกคิด Swap เรทสำหรับสามวัน ซึ่งทำให้ต้นทุนการเทรดสูงขึ้นกว่าปกติ นั่นเองครับ 

2) ค่า Swap เรทของแต่ละโบรกเกอร์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามนโยบายของธนาคารกลางแต่ละประเทศ การเปลี่ยนแปลง Swap เรทจึงเป็นความเสี่ยงที่นักเทรดควบคุมไม่ได้

3) หากเราถือออเดอร์ข้ามคืน ก็จะต้องเสียค่า Swap ที่เป็นลบ 

4) ค่า Swap ของแต่ละโบรกเกอร์ หากเป็นบวกเราก็จะได้น้อย แต่ถ้าหากเป็นลบเราก็จะต้องจ่ายจำนวนมากเช่นกัน

5) บางโบรกเกอร์ มีการคำนวณค่า Swap ไม่ชัดเจนแน่นอน  

สรุปเรื่อง Swap คืออะไร

หลังจากได้ศึกษาเรื่อง Swap มาจาดด้านบนแล้ว เราคงได้ทราบกันแล้วว่า Swap คืออะไร มีวิธีการคิดอย่างไร และมีโอกาสหรือความเสี่ยงอะไรที่ต้องเผชิญบ้าง  ซึ่งแม้การถือสถานะข้ามวันจะมีทั้งดอกเบี้ยที่เป็นบวก ที่ทำให้นักเทรดได้กำไรแบบง่ายๆ ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่แนะนำให้ถือสถานะข้ามวันบ่อยๆ เนื่องจากแม้จะได้ดอกเบี้ยเป็นผลกำไร แต่ก็ยังมีความเสี่ยงของความผันผวนของราคาตลาดที่ทำให้ขาดทุนได้

ดังนั้น นักเทรดจึงไม่นิยมถือสถานะข้ามคืน และควรล็อกผลกำไรภายในวันให้ได้ เพราะการถือสถานะข้ามคืนนั้น มีความเสี่ยงกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันมากกว่าโอกาส นั่นเองครับ หากต้องการติดตามเรา สามารถติดตามได้อีกช่องทางที่เพจ Forexregis.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *